[Reborn FanFiction] Rain (Yamamoto x Hibari)
posted on 01 May 2009 13:55 by yaku in Fiction, Reborn
ถ้าลุกจากโต๊ะกรรมการรักษาระเบียบแล้วเดินไปที่หน้าต่างบานริมซ้ายสุด มองเยื้องไปอีกหน่อยจะเห็นสนามเบสบอล และก็จะมองเห็นพวกนักกีฬากำลังซ้อมกันหลังเลิกเรียน หนึ่งในจำนวนนักกีฬาที่กำลังสุมหัวซ้อมกันอยู่นั้นก็คือ ยามาโตะ ทาเคชิ ถึงแม้จะอยู่ไกลจนมองเห็นเป็นเพียงภาพเล็กๆ ที่เลือนรางแต่ก็จำได้ว่านั่นคือคนที่เขาเคยช่วยชีวิตเอาไว้ กำลังหวดลูกเบสบอลอย่างเอาเป็นเอาตาย
น่าสนุกตรงไหนกันนะ?
ถึงแม้จะหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ ฮิบาริก็ยังคงยืนมองดูการซ้อมของชมรมเบสบอลอย่างไม่รู้เบื่อ มองดูคนงี่เง่าที่เคยคิดจะกระโดดตึกเพราะเบสบอลมาแล้วกำลังหัวเราะสนุกสนานไปกับการซ้อม ส่งยิ้มให้กับทุกคนในทีม ได้ยินคุซาคาเบะพูดกับหัวหน้าชมรม การแข่งใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชมรมเบสบอลจะซ้อมเช้าซ้อมเย็นแบบนี้ แล้วก็ไม่แปลกที่จะเห็นคนบ้าเบสบอลอย่างหมอนั่นทุกเช้าและเย็นที่ตั้งใจเดินผ่านสนามซ้อม แล้วก็อดนึกถามตัวเองอยู่ในใจด้วยคำถามเดิมอยู่ซ้ำๆ ไม่ได้
.
.
.
.
"ช่วยเก็บลูกบอลให้หน่อยคร้าบ" เสียงตะโกนตามลูกเบสบอลที่ลอยออกนอกสนาม อย่างหารู้ไม่ว่าคนที่เดินผ่านข้างสนามตอนนั้นจะเป็นกรรมการรักษาระเบียบแห่งโรงเรียนนามิโมริ พอวิ่งไปถึงข้างรั้วก็ไม่คิดว่าคนในชุดเครื่องแบบนั้นจะก้มเก็บลูกเบสบอลที่ตกอยู่บนพื้นแล้วปามาให้เขา ปากที่มักจะคลี่ยิ้มอยู่เสมอจึงทำหน้าที่ของมันตามปกติ
"ขอบคุณมากนะ" ทั้งที่คิดว่าคงจะโปรยยิ้มให้กับด้านหลังที่รีบเดินผ่านไปแท้ๆ แต่เจ้าตัวกลับยืนรับคำขอบคุณนั้นอย่างนิ่งๆ ยืนมองหน้าเขาอยู่นานกว่าจะค่อยๆ สะบัดหน้าหนีเดินออกไป
"แปลกแฮะ ..." ยามาโมโตะถึงกับพึมพำกับตัวเอง แปลกที่วันนี้ฮิบาริเดินผ่านสนามซ้อม แล้วก็แปลกที่เก็บลูกเบสบอลให้เขา และแปลกที่สุดที่เจ้าตัวมองหน้าเขานานขนาดนั้น สงสัยอยู่นานจนกระทั่งเสียงเรียกของเพื่อนดึงเขาให้วิ่งกลับเข้าไปรวมทีม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายที่จะหันกลับไปมองที่ลูกรงเหล็กอีกครั้ง
.
.
.
.
เมฆครื้มตั้งแต่เช้า พยากรณ์อากาศบอกว่าเย็นนี้ฝนจะตกหนัก ตลอดทั้งวันของวันนี้จึงชวนให้เคลิ้มและง่วงหาวอย่างเกียจคร้าน กรรมการรักษาระเบียบใช้เวลาในช่วงพักเที่ยงหลังอาหารอยู่บนดาดฟ้าของตึกเรียนอย่างที่ยึดเอาไว้คนเดียวทั้งชั้น เพียงแค่เขาเปิดประตูดาดฟ้าเดินเข้าไป ทุกคนที่อยู่บนนั้นก็รีบพากันหลบออกไปโดยอัตโนมัติอย่างที่ไม่ต้องพูดอะไรฮิบารินอนลงเหยียดยาวทันทีฮิเบิร์ดก็ยินมาเกาะบนแขนที่หนุนหัวไว้ มันส่งเสียงร้องจิ๊บๆ ชวนเอ็นดูจนต้องเผลอลูบขนมันเล่น
"แกเล่นเบสบอลเป็นรึเปล่า?"
ฮิเบิร์ดเอียงคอ มองดูผู้เป็นเจ้าของอย่างสงสัย
"นั่นสินะ แกจะเล่นเป็นได้ยังไงหละ"
นึกขำตัวเองที่เผลอพูดเรื่องไร้สาระออกไป เปลือกเริ่มตาหนักขึ้นจนทำให้ปรือลงช้าๆ เมฆฝนเริ่มตั้งเค้าให้เห็นอยู่ไกลๆ เงียบสงบ ไม่ผลุกพล่าน พอหลับตาลงก็เหมือนกับตัวเขากำลังล่องลอยอย่างอิสระไม่ต้องผูกมัดกับอะไร รู้สึกว่างเปล่าสลัดความคิดมากมายชวนหนักหัวให้ออกไป จนในที่สุดความเงียบสงบของห้วงนิทราก็มาเยือน
.
.
.
.
จู่ๆ ฝนก็ตก ตกหนักมากเสียด้วย จนทำให้การซ้อมหลังเลิกเรียนของชมรมเบสบอลต้องหยุดกลางคัน ยามาโมโตะนึกเสียดายอยู่ไม่น้อยเพราะอีกไม่นานก็จะถึงวันแข่งใหญ่ และการคัดเลือกนักกีฬาตัวจริงก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ บางที ถ้าเขารออยู่ที่ห้องชมรมนี้ก่อน ฝนหยุดตกเมื่อไหร่ก็ออกไปหวดลูกให้ชินมือกว่าเดิม เมื่อคิดได้อย่างนั้น เจ้าตัวก็ลากเก้าอี้เหล็กตัวยาวไปชิดริมหน้าต่าง นั่งหันหน้าท้าวคางมองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนยังคงตกหนักอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่เขาถึงจะได้ซ้อมต่อกันหละ
กลิ่นชื้นของดินโชยมาแตะจมูก ลมเย็นที่มาพร้อมกับฝนพัดลอดประตูห้องชมรมที่เปิดแง้มเอาไว้ เม็ดฝนกระทบพื้นดินด้านนอกให้ได้ยินเสียงอย่างไม่ขาดสาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้สึกรำคาญ เย็นสบาย ผ่อนคลายเสียจนไม่อยากจะให้ฝนหยุดตกเสียแล้วสิ ยามาโมโตะไถลตัวนอนท้าวแขนริมขอบหน้าต่าง มองออกไปที่รั้วข้างสนามเบสบอล หมู่นี้ฮิบาริเดินผ่านข้างสนามเบสบอลบ่อยๆ แล้วเมื่อหลายวันก่อนก็เก็บลูกบอลที่เขาตีออกนอกสนามให้ หลังจากวันนั้น เขาก็ยังเห็นฮิบาริเดินผ่านข้างสนามซ้อมประจำ เพราะเห็นชินจนเป็นภาพติดตารึเปล่านะ แม้แต่วันฝนตกแบบนี้ ก็ยังเห็นฮิบาริเดินผ่านข้างสนามซ้อม แต่เอ้ะ!? ทำไมภาพลวงตาถึงได้เหมือนจริงนักนะ...
ไม่สิ! นั่นมันฮิบาริจริงๆ นี่น่า!
ยามาโมโตะรีบพลุนพลันออกไปจากห้องชมรมทันทีแม้ว่าฝนจะยังคงตกหนักอยู่ ออกวิ่งอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ขาทั้งสองข้างที่ผ่านการฝึกซ้อมมาแล้วนับไม่ถ้วนจะทำได้ ก่อนร่างที่เผลอคิดไปว่าเป็นเพียงภาพลวงจะเลือนหายไปพร้อมกับสายฝนจริงๆ
เห็นแล้ว ฮิบาริ...
เมื่อเข้าไปใกล้ก็เอื้อมมืออกไปคว้าแขนคนตรงหน้าเอาไว้ทันที รวดเร็วเสียจนอีกฝ่ายไม่ทันได้รู้ตัว นึกสมน้ำหน้าตัวเองอยู่ลึกๆ ที่ทำได้แต่ยืนหอบจนพูดอะไรไม่ออก ทั้งทีมีคำถามมากมายที่อยากจะถามคนๆ นี้ แต่การที่เค้ามายืนหอบอยู่ตอนนี้จะกลายเป็นว่าได้เปิดช่องว่างให้โดนทอนฟ่าอัดจนน่วมเสียมากกว่า
แต่ก็เปล่า...
ฮิบาริยังคงยืนนิ่ง กำร่มในมืออีกข้างเอาไว้แน่น แปลกใจจนอึ้ง อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก คำถามมากมายที่อัดแน่นอยู่เมื่อครู่หายไปในพริบตา แต่ถึงอย่างนั้นยามาโมโตะก็ยังไม่ปล่อยมือข้างที่จับแขนฮิบาริเอาไว้
"ถ้านายไม่มีธุระอะไรชั้นจะกลับ" กลายเป็นฮิบาริที่เป็นฝ่ายทำลายความเงียบเสียเอง
"อะ...นายกำลังจะไปไหน" กลายเป็นคำถามงี่เง่าไปเสียได้
"กลับบ้าน"
"แต่ว่าฝนตก..."
เงียบ ฮิบาริไม่ทีท่าว่าจะพูดอะไรต่ออีก
เงียบจนเสียงเม็ดฝนที่กระทบพื้นก็ดูเหมือนจะดังเกินไป เสื้อกีฬาตัวที่ใส่อยู่ชุ่มไปด้วยน้ำฝน ผมที่ปกติจะชี้ตั้งอยู่เสมอลู่ลงมาปิดหน้าผาก ฝนตกหนักกว่าเดิมจนต้องกระพริบตาถี่ มองเห็นแขนของคนตรงหน้าข้างที่ตัวเองคว้าเอาไว้นั้นเปียกฝนไปกว่าครึ่ง โชคดีที่คนตัวเล็กภายใต้ร่มนั้นยังไม่เปียกฝน
"ฮิบาริ อย่าเพิ่งกลับได้มั้ย" ไม่อยากให้ร่างตรงหน้านี้เลือนหายไป ราวกับภาพลวงตาจริงๆ "...นะ"
.
.
.
.
ร่างเล็กถูกดันให้หลังชิดกับขอบลูกรงเหล็กกั้นสนามซ้อม ร่มที่เกะกะในมือก็ถูกอีกฝ่ายบัดทิ้งไปอย่างไม่สนใจ ถูกคนตัวสูงกว่าทาบทับเอาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยกขึ้นกลั้นตัวเขาเอาไว้ไม่ให้ละสายตาไปจากคนตรงหน้าได้ เม็ดฝนเย็นๆ ตกลงมากระทบใบหน้าอย่างไม่ขาดสาย รวมถึงหยดน้ำจากเส้นผมของคนที่กำลังก้มลงมองเขาอยู่ ใบหน้านั้นอยู่ใกล้ ใกล้มาก ไม่เพียงแค่หน้าผากหรือปลายจมูก ตอนนี้แม้แต่ริมฝีปากก็เกือบจะสัมผัสกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดจะหลับตาหรือละสายตาหนีคนตรงหน้าที่กำลังจ้องมองใบหน้าเขาอยู่เช่นกัน
"นายกำลังรู้สึกยังไง ฮิบาริ" ยามาโมโตะถาม กลับทำให้เขาอยากรู้คำตอบจากอีกฝ่ายเสียเอง
"นายต่างหากที่ต้องบอก"
"ชั้นอยากจูบนาย" แม้ว่ายามาโมโตะจะบอกอย่างนั้น แต่ริมฝีปากของทั้งคู่ก็สัมผัสโดนกันอยู่ไม่ห่าง
"ไม่..."
เพราะไม่เคยพูดเหมือนที่คิดอยู่เสมอรึเปล่านะ ถึงเอ่ยออกไปเหมือนทุกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นร่างกายกลับไม่สามารถปฏิเสธความต้องการของตัวเองได้ สองแขนยกขึ้นโอบรอบยามาโมโตะหน้าเอาไว้ โน้มใบหน้าให้เข้ามาชิดกว่าเดิม ประทับริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากที่เย็นเฉียบจากการตากฝนมานาน เสื้อนักเรียนที่ยังเปียกฝนไม่มากก็เปียกจนชุ่มเมื่อเบียดกายเข้าไปหาคนตรงหน้า
อยากจะถาม อยากจะถามเหลือเกิน คำถามที่เฝ้าถามอยู่ภายในใจตัวเองเสมอมา
แต่ยามาโมโตะก็ไม่ยอมให้เขาเป็นฝ่ายทำทั้งหมด มือที่เมื่อครู่ยังทาบอยู่กับลูกกรงเหล็กเลื่อนลงมาสัมผัสแผ่วเบาที่แผ่นหลังของเขา มือที่ทั้งใหญ่และหยาบจากการจับไม้เบสบอลและด้ามดาบไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ เสื้อนักเรียนที่เปียกชุ่มไปด้วยฝนแทบจะไม่ได้ป้องกันอะไรเลย สัมผัสจากฝ่ามือของยามาโมโตะส่งผ่านมาถึงเขาโดยตรง ยิ่งเปียกฝนก็ยิ่งทำให้แนบเนื้อมากยิ่งขึ้น
"ชั้นอยากคุยกับฮิบาริ" ยามาโมโตะไล่จูบมาที่แก้ม ซอกคอ กระซิบที่ข้างหู และไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงแผ่นอก "และชั้นก็อยากให้นายคุยกับชั้น"
"คุยอะไร" ถามกลับได้เพียงแค่สั้นๆ ฮิบาริก็ต้องรีบซุกหน้าลงกับผมที่เปียกชื้นของยามาโมโตะ เมื่อถูกสัมผัสในส่วนที่อ่อนไหวเลือดก็สูบฉีดขึ้นมาจนทำให้ร่างทั้งร่างชาจนแทบขยับไม่ได้
"คุยเรื่องที่นายชอบ" ยามาโมโตะเงยหน้าขึ้นมองฮิบาริอีกครั้ง ขณะที่อารมณ์ภายในร่างกายปั่นป่วนทำให้ตัวเขาต้องเป็นฝ่ายหลบตา "นายชอบเบสบอลมั้ย ฮิบาริ"
"ไม่" ฮิบาริกัดฟัน เมื่อยามาโมโตะประทับริมฝีปากลงบนส่วนล่างผ่านกางเกงนักเรียนที่เปียกชื้นจนแนบเนื้อ
"แต่ชั้นเห็นนายเดินผ่านสนามซ้อมทุกวัน" นิ้วมือของยามาโมโตะวนเวียนอยู่แถวๆ สะโพกไล่ไปตามขอบกางเกงให้ปั่นป่วนในช่องท้อง นึกอยากจะผลักหมอนี่ออกไป แล้วซัดหน้าให้หนำใจ แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเขามันจะเชื่อฟังความปรารถนาลึกๆ ในตัวเขามากกว่า
"อะ..ก็..แค่ทางผ่าน...." ฮิบาริฝืนพูดออกมาอย่างยากลำบากเต็มทีเมื่อยามาโมโตะเริ่มปลุกเร้าเขามากยิ่งขึ้น รู้สึกถึงความร้อนในร่างกายที่สูงขึ้นแม้ว่าเม็ดฝนหยดแล้วหยดเล่าจะกระทบร่างกายและไหลลงมาเป็นหยดน้ำผ่านส่วนต่างๆ จนรู้สึกว่าทุกส่วนในร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน แต่ถึงอย่างนั้นความเย็นของฝนก็ไม่ช่วยดับอารมณ์ภายในกายเขาที่ถูกปลุกขึ้นมาได้เลย
"แต่ก่อนหน้านี้ชั้นไม่เคยเห็นนาย" ยามาโมโตะกระซิบบอกที่ข้างหู จูบซับหยดน้ำฝนที่เปียกปอนไปทั่วใบหน้าของเขา แต่ฝ่ามือที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำยังคงวนเวียนสัมผัสที่ส่วนล่างซ้ำๆ อย่างไม่เลิกรา อารมณ์มากมายปั่นป่วนอยู่ในหัวสมอง จนยากที่จะควบคุมสติให้ตอบออกไปอย่างทุกทีได้ เกือบจะเผลอพูดคำตอบที่อยู่ในใจ แต่ก็พยายามฝืนโกหกพูดในสิ่งที่ตรงกันข้าม
".....แค่อยากเปลี่ยนเส้นทาง"
"แล้วทำไมต้องสนามเบสบอล" กางเกงนักเรียนถูกถอดลงไปกองอยู่บนพื้นอย่างสมบูรณ์แบบ ปลายนิ้วสากที่เมื่อครู่ยังลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าที่เปียกชุ่มได้สัมผัสกับเนื้อโดยตรง ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักช่วงละล้างสิ่งที่เอ่อล้นออกมาเป็นระยะเมื่ออารมณ์พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
"มัน..ใกล้" ฮิบาริเกร็งหน้าท้อง สองมือกดศีรษะที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำของยามาโมโตะให้แนบไปกับร่างของตัวเอง เมื่ออีกฝ่ายเริ่มพรมจูบไปทั่วและค่อยๆ ต่ำลง ถ้าหากว่ามีใครเดินผ่านมาเห็นตอนนี้จะเป็นยังไงนะ แต่ฝนตกหนักขนาดนี้ สนามซ้อมหลังโรงเรียนคงไม่มีใครนอกจากเขากับคนๆ นี้
"เดินผ่านทุกวันนะ" ปลายลิ้นร้อนโลมเลียซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้เบื่อ "ได้มั้ย?"
ยามาโมโตะปรนเปรอความสุขสมให้จนพอใจ ในขณะที่สายฝนก็ได้ช่วยชะล้าง ฮิบาริทรุดร่างลงบนพื้นโดยมีอีกฝ่ายพยายามประคองร่างเขาเอาไว้ จูบเบาๆ ที่หน้าผากเป็นการปลอบประโลม "....ไม่"
"อย่าโกหกสิ"
ฝนยังคงตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ เหมือนกับคนที่กำลังโอบกอดมอบความสุขสมให้กับเขาอยู่ตอนนี้ เม็ดฝนหยดแล้วหยดเล่ากระทบร่างกายให้เย็นฉ่ำเปียกชุ่มไปด้วยน้ำเย็นๆ จากท้องฟ้า หยดน้ำไหลผ่านตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงปลายเท้า อารมณ์มากมายที่ก่อตัวขึ้นก็ปั่นป่วนไปทั้งร่างกายของเขาเช่นกัน
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครยอมเลิกรา ริมฝีปากที่เปียกฝนยังคงแตะสัมผัสกันอยู่ไม่ห่าง ปลายลิ้นร้อนก็เหมือนจะโลมเลียกลืนหยดน้ำเย็นๆ นั้นลงไปพร้อมกับความหอมหวานจากอีกฝ่าย ร่างกายที่เปียกปอนไปด้วยน้ำเบียดชิดจนแทบจะกลายเป็นคนๆ เดียวกัน ความสุขสมได้รับการปลดปล่อยไปพร้อมกับสายฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยการกระทำของคนที่เหมือนกับสายฝน คนนี้
- THE END -
น่าสนุกตรงไหนกันนะ?
ถึงแม้จะหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ ฮิบาริก็ยังคงยืนมองดูการซ้อมของชมรมเบสบอลอย่างไม่รู้เบื่อ มองดูคนงี่เง่าที่เคยคิดจะกระโดดตึกเพราะเบสบอลมาแล้วกำลังหัวเราะสนุกสนานไปกับการซ้อม ส่งยิ้มให้กับทุกคนในทีม ได้ยินคุซาคาเบะพูดกับหัวหน้าชมรม การแข่งใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชมรมเบสบอลจะซ้อมเช้าซ้อมเย็นแบบนี้ แล้วก็ไม่แปลกที่จะเห็นคนบ้าเบสบอลอย่างหมอนั่นทุกเช้าและเย็นที่ตั้งใจเดินผ่านสนามซ้อม แล้วก็อดนึกถามตัวเองอยู่ในใจด้วยคำถามเดิมอยู่ซ้ำๆ ไม่ได้
.
.
.
.
"ช่วยเก็บลูกบอลให้หน่อยคร้าบ" เสียงตะโกนตามลูกเบสบอลที่ลอยออกนอกสนาม อย่างหารู้ไม่ว่าคนที่เดินผ่านข้างสนามตอนนั้นจะเป็นกรรมการรักษาระเบียบแห่งโรงเรียนนามิโมริ พอวิ่งไปถึงข้างรั้วก็ไม่คิดว่าคนในชุดเครื่องแบบนั้นจะก้มเก็บลูกเบสบอลที่ตกอยู่บนพื้นแล้วปามาให้เขา ปากที่มักจะคลี่ยิ้มอยู่เสมอจึงทำหน้าที่ของมันตามปกติ
"ขอบคุณมากนะ" ทั้งที่คิดว่าคงจะโปรยยิ้มให้กับด้านหลังที่รีบเดินผ่านไปแท้ๆ แต่เจ้าตัวกลับยืนรับคำขอบคุณนั้นอย่างนิ่งๆ ยืนมองหน้าเขาอยู่นานกว่าจะค่อยๆ สะบัดหน้าหนีเดินออกไป
"แปลกแฮะ ..." ยามาโมโตะถึงกับพึมพำกับตัวเอง แปลกที่วันนี้ฮิบาริเดินผ่านสนามซ้อม แล้วก็แปลกที่เก็บลูกเบสบอลให้เขา และแปลกที่สุดที่เจ้าตัวมองหน้าเขานานขนาดนั้น สงสัยอยู่นานจนกระทั่งเสียงเรียกของเพื่อนดึงเขาให้วิ่งกลับเข้าไปรวมทีม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่วายที่จะหันกลับไปมองที่ลูกรงเหล็กอีกครั้ง
.
.
.
.
เมฆครื้มตั้งแต่เช้า พยากรณ์อากาศบอกว่าเย็นนี้ฝนจะตกหนัก ตลอดทั้งวันของวันนี้จึงชวนให้เคลิ้มและง่วงหาวอย่างเกียจคร้าน กรรมการรักษาระเบียบใช้เวลาในช่วงพักเที่ยงหลังอาหารอยู่บนดาดฟ้าของตึกเรียนอย่างที่ยึดเอาไว้คนเดียวทั้งชั้น เพียงแค่เขาเปิดประตูดาดฟ้าเดินเข้าไป ทุกคนที่อยู่บนนั้นก็รีบพากันหลบออกไปโดยอัตโนมัติอย่างที่ไม่ต้องพูดอะไรฮิบารินอนลงเหยียดยาวทันทีฮิเบิร์ดก็ยินมาเกาะบนแขนที่หนุนหัวไว้ มันส่งเสียงร้องจิ๊บๆ ชวนเอ็นดูจนต้องเผลอลูบขนมันเล่น
"แกเล่นเบสบอลเป็นรึเปล่า?"
ฮิเบิร์ดเอียงคอ มองดูผู้เป็นเจ้าของอย่างสงสัย
"นั่นสินะ แกจะเล่นเป็นได้ยังไงหละ"
นึกขำตัวเองที่เผลอพูดเรื่องไร้สาระออกไป เปลือกเริ่มตาหนักขึ้นจนทำให้ปรือลงช้าๆ เมฆฝนเริ่มตั้งเค้าให้เห็นอยู่ไกลๆ เงียบสงบ ไม่ผลุกพล่าน พอหลับตาลงก็เหมือนกับตัวเขากำลังล่องลอยอย่างอิสระไม่ต้องผูกมัดกับอะไร รู้สึกว่างเปล่าสลัดความคิดมากมายชวนหนักหัวให้ออกไป จนในที่สุดความเงียบสงบของห้วงนิทราก็มาเยือน
.
.
.
.
จู่ๆ ฝนก็ตก ตกหนักมากเสียด้วย จนทำให้การซ้อมหลังเลิกเรียนของชมรมเบสบอลต้องหยุดกลางคัน ยามาโมโตะนึกเสียดายอยู่ไม่น้อยเพราะอีกไม่นานก็จะถึงวันแข่งใหญ่ และการคัดเลือกนักกีฬาตัวจริงก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ บางที ถ้าเขารออยู่ที่ห้องชมรมนี้ก่อน ฝนหยุดตกเมื่อไหร่ก็ออกไปหวดลูกให้ชินมือกว่าเดิม เมื่อคิดได้อย่างนั้น เจ้าตัวก็ลากเก้าอี้เหล็กตัวยาวไปชิดริมหน้าต่าง นั่งหันหน้าท้าวคางมองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนยังคงตกหนักอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่เขาถึงจะได้ซ้อมต่อกันหละ
กลิ่นชื้นของดินโชยมาแตะจมูก ลมเย็นที่มาพร้อมกับฝนพัดลอดประตูห้องชมรมที่เปิดแง้มเอาไว้ เม็ดฝนกระทบพื้นดินด้านนอกให้ได้ยินเสียงอย่างไม่ขาดสาย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่รู้สึกรำคาญ เย็นสบาย ผ่อนคลายเสียจนไม่อยากจะให้ฝนหยุดตกเสียแล้วสิ ยามาโมโตะไถลตัวนอนท้าวแขนริมขอบหน้าต่าง มองออกไปที่รั้วข้างสนามเบสบอล หมู่นี้ฮิบาริเดินผ่านข้างสนามเบสบอลบ่อยๆ แล้วเมื่อหลายวันก่อนก็เก็บลูกบอลที่เขาตีออกนอกสนามให้ หลังจากวันนั้น เขาก็ยังเห็นฮิบาริเดินผ่านข้างสนามซ้อมประจำ เพราะเห็นชินจนเป็นภาพติดตารึเปล่านะ แม้แต่วันฝนตกแบบนี้ ก็ยังเห็นฮิบาริเดินผ่านข้างสนามซ้อม แต่เอ้ะ!? ทำไมภาพลวงตาถึงได้เหมือนจริงนักนะ...
ไม่สิ! นั่นมันฮิบาริจริงๆ นี่น่า!
ยามาโมโตะรีบพลุนพลันออกไปจากห้องชมรมทันทีแม้ว่าฝนจะยังคงตกหนักอยู่ ออกวิ่งอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ขาทั้งสองข้างที่ผ่านการฝึกซ้อมมาแล้วนับไม่ถ้วนจะทำได้ ก่อนร่างที่เผลอคิดไปว่าเป็นเพียงภาพลวงจะเลือนหายไปพร้อมกับสายฝนจริงๆ
เห็นแล้ว ฮิบาริ...
เมื่อเข้าไปใกล้ก็เอื้อมมืออกไปคว้าแขนคนตรงหน้าเอาไว้ทันที รวดเร็วเสียจนอีกฝ่ายไม่ทันได้รู้ตัว นึกสมน้ำหน้าตัวเองอยู่ลึกๆ ที่ทำได้แต่ยืนหอบจนพูดอะไรไม่ออก ทั้งทีมีคำถามมากมายที่อยากจะถามคนๆ นี้ แต่การที่เค้ามายืนหอบอยู่ตอนนี้จะกลายเป็นว่าได้เปิดช่องว่างให้โดนทอนฟ่าอัดจนน่วมเสียมากกว่า
แต่ก็เปล่า...
ฮิบาริยังคงยืนนิ่ง กำร่มในมืออีกข้างเอาไว้แน่น แปลกใจจนอึ้ง อึ้งจนพูดอะไรไม่ออก คำถามมากมายที่อัดแน่นอยู่เมื่อครู่หายไปในพริบตา แต่ถึงอย่างนั้นยามาโมโตะก็ยังไม่ปล่อยมือข้างที่จับแขนฮิบาริเอาไว้
"ถ้านายไม่มีธุระอะไรชั้นจะกลับ" กลายเป็นฮิบาริที่เป็นฝ่ายทำลายความเงียบเสียเอง
"อะ...นายกำลังจะไปไหน" กลายเป็นคำถามงี่เง่าไปเสียได้
"กลับบ้าน"
"แต่ว่าฝนตก..."
เงียบ ฮิบาริไม่ทีท่าว่าจะพูดอะไรต่ออีก
เงียบจนเสียงเม็ดฝนที่กระทบพื้นก็ดูเหมือนจะดังเกินไป เสื้อกีฬาตัวที่ใส่อยู่ชุ่มไปด้วยน้ำฝน ผมที่ปกติจะชี้ตั้งอยู่เสมอลู่ลงมาปิดหน้าผาก ฝนตกหนักกว่าเดิมจนต้องกระพริบตาถี่ มองเห็นแขนของคนตรงหน้าข้างที่ตัวเองคว้าเอาไว้นั้นเปียกฝนไปกว่าครึ่ง โชคดีที่คนตัวเล็กภายใต้ร่มนั้นยังไม่เปียกฝน
"ฮิบาริ อย่าเพิ่งกลับได้มั้ย" ไม่อยากให้ร่างตรงหน้านี้เลือนหายไป ราวกับภาพลวงตาจริงๆ "...นะ"
.
.
.
.
ร่างเล็กถูกดันให้หลังชิดกับขอบลูกรงเหล็กกั้นสนามซ้อม ร่มที่เกะกะในมือก็ถูกอีกฝ่ายบัดทิ้งไปอย่างไม่สนใจ ถูกคนตัวสูงกว่าทาบทับเอาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยกขึ้นกลั้นตัวเขาเอาไว้ไม่ให้ละสายตาไปจากคนตรงหน้าได้ เม็ดฝนเย็นๆ ตกลงมากระทบใบหน้าอย่างไม่ขาดสาย รวมถึงหยดน้ำจากเส้นผมของคนที่กำลังก้มลงมองเขาอยู่ ใบหน้านั้นอยู่ใกล้ ใกล้มาก ไม่เพียงแค่หน้าผากหรือปลายจมูก ตอนนี้แม้แต่ริมฝีปากก็เกือบจะสัมผัสกัน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดจะหลับตาหรือละสายตาหนีคนตรงหน้าที่กำลังจ้องมองใบหน้าเขาอยู่เช่นกัน
"นายกำลังรู้สึกยังไง ฮิบาริ" ยามาโมโตะถาม กลับทำให้เขาอยากรู้คำตอบจากอีกฝ่ายเสียเอง
"นายต่างหากที่ต้องบอก"
"ชั้นอยากจูบนาย" แม้ว่ายามาโมโตะจะบอกอย่างนั้น แต่ริมฝีปากของทั้งคู่ก็สัมผัสโดนกันอยู่ไม่ห่าง
"ไม่..."
เพราะไม่เคยพูดเหมือนที่คิดอยู่เสมอรึเปล่านะ ถึงเอ่ยออกไปเหมือนทุกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นร่างกายกลับไม่สามารถปฏิเสธความต้องการของตัวเองได้ สองแขนยกขึ้นโอบรอบยามาโมโตะหน้าเอาไว้ โน้มใบหน้าให้เข้ามาชิดกว่าเดิม ประทับริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากที่เย็นเฉียบจากการตากฝนมานาน เสื้อนักเรียนที่ยังเปียกฝนไม่มากก็เปียกจนชุ่มเมื่อเบียดกายเข้าไปหาคนตรงหน้า
อยากจะถาม อยากจะถามเหลือเกิน คำถามที่เฝ้าถามอยู่ภายในใจตัวเองเสมอมา
แต่ยามาโมโตะก็ไม่ยอมให้เขาเป็นฝ่ายทำทั้งหมด มือที่เมื่อครู่ยังทาบอยู่กับลูกกรงเหล็กเลื่อนลงมาสัมผัสแผ่วเบาที่แผ่นหลังของเขา มือที่ทั้งใหญ่และหยาบจากการจับไม้เบสบอลและด้ามดาบไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ เสื้อนักเรียนที่เปียกชุ่มไปด้วยฝนแทบจะไม่ได้ป้องกันอะไรเลย สัมผัสจากฝ่ามือของยามาโมโตะส่งผ่านมาถึงเขาโดยตรง ยิ่งเปียกฝนก็ยิ่งทำให้แนบเนื้อมากยิ่งขึ้น
"ชั้นอยากคุยกับฮิบาริ" ยามาโมโตะไล่จูบมาที่แก้ม ซอกคอ กระซิบที่ข้างหู และไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงแผ่นอก "และชั้นก็อยากให้นายคุยกับชั้น"
"คุยอะไร" ถามกลับได้เพียงแค่สั้นๆ ฮิบาริก็ต้องรีบซุกหน้าลงกับผมที่เปียกชื้นของยามาโมโตะ เมื่อถูกสัมผัสในส่วนที่อ่อนไหวเลือดก็สูบฉีดขึ้นมาจนทำให้ร่างทั้งร่างชาจนแทบขยับไม่ได้
"คุยเรื่องที่นายชอบ" ยามาโมโตะเงยหน้าขึ้นมองฮิบาริอีกครั้ง ขณะที่อารมณ์ภายในร่างกายปั่นป่วนทำให้ตัวเขาต้องเป็นฝ่ายหลบตา "นายชอบเบสบอลมั้ย ฮิบาริ"
"ไม่" ฮิบาริกัดฟัน เมื่อยามาโมโตะประทับริมฝีปากลงบนส่วนล่างผ่านกางเกงนักเรียนที่เปียกชื้นจนแนบเนื้อ
"แต่ชั้นเห็นนายเดินผ่านสนามซ้อมทุกวัน" นิ้วมือของยามาโมโตะวนเวียนอยู่แถวๆ สะโพกไล่ไปตามขอบกางเกงให้ปั่นป่วนในช่องท้อง นึกอยากจะผลักหมอนี่ออกไป แล้วซัดหน้าให้หนำใจ แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเขามันจะเชื่อฟังความปรารถนาลึกๆ ในตัวเขามากกว่า
"อะ..ก็..แค่ทางผ่าน...." ฮิบาริฝืนพูดออกมาอย่างยากลำบากเต็มทีเมื่อยามาโมโตะเริ่มปลุกเร้าเขามากยิ่งขึ้น รู้สึกถึงความร้อนในร่างกายที่สูงขึ้นแม้ว่าเม็ดฝนหยดแล้วหยดเล่าจะกระทบร่างกายและไหลลงมาเป็นหยดน้ำผ่านส่วนต่างๆ จนรู้สึกว่าทุกส่วนในร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน แต่ถึงอย่างนั้นความเย็นของฝนก็ไม่ช่วยดับอารมณ์ภายในกายเขาที่ถูกปลุกขึ้นมาได้เลย
"แต่ก่อนหน้านี้ชั้นไม่เคยเห็นนาย" ยามาโมโตะกระซิบบอกที่ข้างหู จูบซับหยดน้ำฝนที่เปียกปอนไปทั่วใบหน้าของเขา แต่ฝ่ามือที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำยังคงวนเวียนสัมผัสที่ส่วนล่างซ้ำๆ อย่างไม่เลิกรา อารมณ์มากมายปั่นป่วนอยู่ในหัวสมอง จนยากที่จะควบคุมสติให้ตอบออกไปอย่างทุกทีได้ เกือบจะเผลอพูดคำตอบที่อยู่ในใจ แต่ก็พยายามฝืนโกหกพูดในสิ่งที่ตรงกันข้าม
".....แค่อยากเปลี่ยนเส้นทาง"
"แล้วทำไมต้องสนามเบสบอล" กางเกงนักเรียนถูกถอดลงไปกองอยู่บนพื้นอย่างสมบูรณ์แบบ ปลายนิ้วสากที่เมื่อครู่ยังลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าที่เปียกชุ่มได้สัมผัสกับเนื้อโดยตรง ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักช่วงละล้างสิ่งที่เอ่อล้นออกมาเป็นระยะเมื่ออารมณ์พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
"มัน..ใกล้" ฮิบาริเกร็งหน้าท้อง สองมือกดศีรษะที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำของยามาโมโตะให้แนบไปกับร่างของตัวเอง เมื่ออีกฝ่ายเริ่มพรมจูบไปทั่วและค่อยๆ ต่ำลง ถ้าหากว่ามีใครเดินผ่านมาเห็นตอนนี้จะเป็นยังไงนะ แต่ฝนตกหนักขนาดนี้ สนามซ้อมหลังโรงเรียนคงไม่มีใครนอกจากเขากับคนๆ นี้
"เดินผ่านทุกวันนะ" ปลายลิ้นร้อนโลมเลียซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้เบื่อ "ได้มั้ย?"
ยามาโมโตะปรนเปรอความสุขสมให้จนพอใจ ในขณะที่สายฝนก็ได้ช่วยชะล้าง ฮิบาริทรุดร่างลงบนพื้นโดยมีอีกฝ่ายพยายามประคองร่างเขาเอาไว้ จูบเบาๆ ที่หน้าผากเป็นการปลอบประโลม "....ไม่"
"อย่าโกหกสิ"
ฝนยังคงตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ เหมือนกับคนที่กำลังโอบกอดมอบความสุขสมให้กับเขาอยู่ตอนนี้ เม็ดฝนหยดแล้วหยดเล่ากระทบร่างกายให้เย็นฉ่ำเปียกชุ่มไปด้วยน้ำเย็นๆ จากท้องฟ้า หยดน้ำไหลผ่านตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงปลายเท้า อารมณ์มากมายที่ก่อตัวขึ้นก็ปั่นป่วนไปทั้งร่างกายของเขาเช่นกัน
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครยอมเลิกรา ริมฝีปากที่เปียกฝนยังคงแตะสัมผัสกันอยู่ไม่ห่าง ปลายลิ้นร้อนก็เหมือนจะโลมเลียกลืนหยดน้ำเย็นๆ นั้นลงไปพร้อมกับความหอมหวานจากอีกฝ่าย ร่างกายที่เปียกปอนไปด้วยน้ำเบียดชิดจนแทบจะกลายเป็นคนๆ เดียวกัน ความสุขสมได้รับการปลดปล่อยไปพร้อมกับสายฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยการกระทำของคนที่เหมือนกับสายฝน คนนี้
- THE END -
ไม่ได้เขียนาน ,, ฝืดไปหมดเลย T[]T~
ไร้เหตุผล ไม่มีที่มาที่ไปใดๆ ทั้งสิ้น ><,,
พักนี้ฝนตกๆ ก็เลยอยากเขียนแบบที่เปียกปอนไปด้วยฝนจนชุ่มทั้งตัวแบบเนี้ย!!
(อร๊า เขินจังแฮะ... >////<)
◆ หายหัวไปจาก Exteen นานมากกกกกก!
◆ เผลอแปปๆ อีกเดือนเดียวก็เปิดเทอมแล้ว ,, กรีดดดด!!*
◆ ว่าแล้วก็ไปมุดหัวเล่นเกมต่อ = [] = ...


